The Gang
Get In Touch
Back to Blog

ธุรกิจยุคดิจิทัลพึ่งพา Data Center มากแค่ไหน และต้องแลกกับพลังงานเท่าไร

ธุรกิจยุคดิจิทัลพึ่งพา Data Center มากแค่ไหน และต้องแลกกับพลังงานเท่าไร

เราอาศัยอยู่ในยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วย AI, Cloud Computing และ Big Data เบื้องหลังความสะดวกสบายในการไถฟีด ดูสตรีมมิ่ง หรือส่งข้อมูลธุรกิจ ต่างถูกประมวลผลผ่าน “ศูนย์ข้อมูล” หรือ Data Center ทั้งสิ้น เมื่อความต้องการใช้ข้อมูลพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด คำถามสำคัญที่องค์กรยุคใหม่ต้องรับมือคือ ธุรกิจพึ่งพา Data Center มากแค่ไหน และต้องแลกมาด้วยต้นทุนพลังงานมหาศาลเท่าไร?

Thumbnail Blog-2.jpg

Data Center คืออะไร ทำไมประเทศไทยกำลังเป็นจุดหมายของบริษัทเทคระดับโลก

Data Center หรือศูนย์ข้อมูล คือโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่รวบรวมเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และระบบเครือข่ายไว้ในที่เดียว ทำหน้าที่เป็นสมองกลกลางในการประมวลผล จัดเก็บ และเชื่อมโยงข้อมูลทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง

เหตุผลที่ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็น Data Center Hub ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก (เช่น Google, Microsoft, AWS) มีปัจจัยหลักดังนี้:

-ตำแหน่งยุทธศาสตร์: ไทยอยู่ศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน เชื่อมต่อเคเบิลใต้น้ำและโครงข่ายการสื่อสารระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

-โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง: มีระบบไฟฟ้าที่มั่นคง โครงข่าย 5G ครอบคลุม และนโยบายส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ

-ความต้องการใช้งาน AI และ Cloud ที่เติบโต: องค์กรในไทยและเพื่อนบ้านตื่นตัวเรื่อง Digital Transformation ทำให้ความต้องการใช้บริการ Data Center ภายในพื้นที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

Thumbnail Blog-3.jpg

Data Center ใช้พลังงานมากแค่ไหน และทำไมธุรกิจต้องสนใจ

การทำงานของ Data Center ไม่ใช่แค่การเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ แต่เป็นการเดินเครื่องเซิร์ฟเวอร์นับแสนตัวพร้อมกันตลอดเวลา ซึ่งสร้างความร้อนสูงมหาศาล จึงจำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งในการ ประมวลผลข้อมูล และระบบทำความเย็น เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบล่ม อัตราการกินไฟมหาศาลของ Data Center ขนาดใหญ่แห่งเดียวอาจใช้พลังงานไฟฟ้าเทียบเท่ากับไฟที่ใช้ในบ้านเรือนหลายแสนหลังคาเรือน และคาดการณ์ว่าการเติบโตของ Generative AI จะยิ่งทำให้ความต้องการพลังงานของ Data Center ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2–3 เท่าภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปล่อย Carbon Footprint จากการใช้ไฟฟ้าพลังงานฟอสซิล ทำให้ Data Center กลายเป็นหนึ่งในตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ของโลก

ทำไมธุรกิจยุคใหม่ถึงต้องสนใจเรื่องนี้?

เพราะสิ่งเหล่านี้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ธุรกิจยุคใหม่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้านหนึ่งคือ ต้นทุนการดำเนินงาน (OPEX) เพราะค่าไฟคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40–50% ของต้นทุนบริหารจัดการ ซึ่งจะสะท้อนกลับมาที่ราคาค่าบริการ Cloud ของธุรกิจโดยตรง ขณะเดียวกันในมุมของ นโยบาย ESG & Sustainability ผู้บริโภคและนักลงทุนยุคนี้เริ่มเพ่งเล็งเรื่องความยั่งยืน การเลือกใช้บริการ Data Center ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และการประเมินความเสี่ยงขององค์กรในระยะยาว

ดาบสองคม: ผลกระทบของ Data Center ต่อสิ่งแวดล้อมและวิกฤตพลังงาน

แม้ Data Center จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อทรัพยากรธรรมชาติใน 2 ด้านหลัก:

1.วิกฤตการแย่งชิงพลังงานไฟฟ้า: ปริมาณการใช้ไฟที่สูงมากอาจสร้างความกดดันต่อโครงข่ายไฟฟ้าหลักของประเทศ หากไม่มีการวางแผนสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมที่เพียงพอ

2.การใช้น้ำมหาศาลในระบบทำความเย็น: Data Center แบบดั้งเดิมที่ใช้น้ำในการระบายความร้อน ต้องดึงน้ำบริโภคมาใช้หลายล้านลิตรต่อวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำในชุมชนรอบข้าง

Thumbnail Blog-4.jpg

Green Data Center: ทางรอดของธุรกิจและโลกในยุค AI

เพื่อแก้ปัญหาเรื่องพลังงาน อุตสาหกรรมเทคโนโลยีจึงควรปรับตัวสู่แนวคิด Green Data Center หรือศูนย์ข้อมูลสีเขียว เพื่อให้ธุรกิจเติบโตคู่กับความยั่งยืนได้ ผ่านแนวทางสำคัญดังนี้:

-การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด (Renewable Energy): บังคับใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) พลังงานลม หรือการซื้อใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) เข้ามาทดแทน เพื่อชดเชยการใช้ไฟฟ้าและลดการปล่อยคาร์บอน -นวัตกรรมระบบทำความเย็นยุคใหม่: ใช้เทคโนโลยี Liquid Cooling (การระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงที่ตัวชิป) หรือ Direct-to-Chip Cooling ซึ่งประหยัดพลังงานมากกว่าระบบเครื่องปรับอากาศแบบเดิมหลายเท่า -การใช้วัดค่า PUE (Power Usage Effectiveness): มาตรฐานวัดประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยกำหนดให้ค่า PUE เข้าใกล้ 1.0 ให้ได้มากที่สุด ยิ่งใกล้ 1.0 แปลว่าพลังงานเกือบทั้งหมดถูกนำไปใช้กับการประมวลผล ไม่ได้เสียไปกับระบบทำความเย็น

สรุป: สมดุลระหว่างการเติบโตทางเทคโนโลยีและความยั่งยืน

Data Center คือหัวใจสำคัญที่ไม่สามารถแยกออกจากธุรกิจยุคดิจิทัลได้ อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ต้องแลกมาด้วยการใช้พลังงานมหาศาล หนึ่งในทางออกขององค์กรในปัจจุบันคือการเลือกใช้บริการ Green Data Center ที่บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ธุรกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมได้เต็มสปีด โดยไม่ทิ้งภาระไว้ให้สิ่งแวดล้อมในอนาคต